วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 8

วันอังคารที่ 4 มกราคม 2554

วันนี้เป็นวันที่อากาศดี อารมณ์ดีพอเข้ามาเรียนอาจารย์จ๋าก็ได้แจกใบงานพยัญชนะ ก-ฮ เป็นรูปสัตว์ โดยให้เติมตัวเลขเรียงลำดับลงในวงกลมใต้ภาพ จากนั้นอาจารย์ก็ได้แจกกระดาษเหลือใช้มาให้คนละแผ่น ให้เอามาพับทำเป็นสมุดเล่มเล็ก โดยให้ไปทำสมุดเล่มเล็มมาคนละ 1 เล่ม ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำเป็นเรื่องอะไร ให้ไปทำมา ส่งในคาบต่อไป
วันนี้ได้เรียนอะไรบ้างหนอ
ในสมัยก่อนเราไม่เคยใส่ใจในภาษา แต่ถ้าสมัยนี้ถ้าคนเราเรียนรู้ภาษาได้มากกว่า 1 ก็จะดีกว่า ถ้าเรามีหลายภาษาก็จะทำเราเรียนรู้ในโลกกว้าวขวางขึ้น
และอาจารย์ได้ให้กระดาษมาโดยให้ไปทำมาว่าชอบกินอะไร
อย่างที่ 1 จากครั้งที่แล้วที่อาจารย์ที่ได้หยุดในช่วงปีใหม่ ครูได้ให้ไปศึกษาภาษาท้องถิ่นของตัวเอง
2 ภาษานั้นผ่านการใช้ เกิดจาก การสังเกต และยังมีอีกอย่าง การทำหนังสือผ่านศิลปะ
การทำหนังสือ อะไรเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ว่าอะไรคือเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างหนังสือภาพ เมื่อเราดูแล้วเราก็จะสังเกต เพราะฉะนั้นตัวก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น เตารีด ก็จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า และการพูดซ้ำๆ ว่าอะไรเป็นเครื่องไฟ้ฟ้า เราอาจจะเรียนรู้ผ่านจากงานศิลปะ จากการฉีก แปะ ส่วนในบล็อกก็อาจจะมาจากภาพที่เราไปเอามา
เขียนอย่างไร => คุณลักษณะของผู้เขียน อย่างถ้าเราจะให้เด็กตัวเล็กๆเขียน อย่างแรกเราอาจจะมีการเขียนให้ก่อน แล้วเด็กก็จะมีพัฒนาการการเขียนต่อไปเรื่อยๆ สามารถจับสเต็ปไปได้เป็นขั้นตอน
เคยสังเกตบ้างไหมว่า ทำไมถึงต้องแยกคำ =>ก็เพราะว่าเมื่อเด็กเห็นแล้วเด็กก็จะไม่เกิดเบื่อในคำสั้นๆ ถ้าเป็นคำยาวๆ เด็กจะไม่เข้าใจ คำจะต้องมีความใกล้เคียงกันและควรที่จะแยกนิดนึง เพราะฉะนั้นในการวางคำ คุณจะต้องกำหนดไว้เลยว่าจะต้องมีคำกี่คำ และก่อนที่จะเขียนก็จะต้องมีการกำหนดงานก่อน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องแก้งานกันหลายๆรอบ ให้น่าเบื่อ
อาจารย์จ๋าได้นำกระดาษ 1 แผ่นมาพับแล้วสมมุติว่าเป็นเรือ แล้วอาจารย์ก็เล่าเรื่องราวให้ดูขบขันน่าสนใจ เกี่ยวกับการเดินทางของเรือ พร้อมกับการฉีกกระดาษไปด้วย น่าแปลกใจมากว่าจะกลายเป็นเสื้อได้ ช่างน่าสนใจมาก และครูกำลังจะบอกว่าเราจะสอนภาษาเด็กเลยนะ ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องสอนผ่านรูป รูปเป็นภาษา อย่างเมื่อกี้นี้จากการฉีก จากการออกแบบ
ภาษาสอนเด็กไม่ได้จึงมีการสอนผ่านทางศิลปะ ดังนั้น การบ้าน ลองกลับไปพับแล้วฉีกดูว่าจะออกมาเป็นรูปอะไร ตอนพับนะยังไม่ค่อยเท่าไหร่ มันอยู่ที่ตอนฉีกนี่แหละว่าจะออกมาเป็นรูปอะไร พอฉีกแล้วจึงค่อยนำมาแต่งเรื่อง ดังนั้นไปหัดฉีกแล้วค่อยมาแต่งเรื่อง เราต้องสร้างนิทาน เพราะนิทานเป็นการสร้างจินตนาการและแง่คิด ครูจะให้เห็นว่าภาษามีอยู่ทั่ว อยู่ที่ว่าเราจะใช้ไปทำอะไร และลู่ในปัจจุบันมีกี่ลู่ เอาล่ะสิมีกี่ลู่เจอคำถามอย่างนี้ นึกๆๆๆๆๆ อ๋อ
นึกออกแล้ว มีกลางแจ้ง,เคลือนไหว,กิจกรรมเสริมประสบการณ์,ศิลปะสร้างสรรค์,กิจกรรมเสรี
เอาล่ะคราวนี้เรื่องยาวแล้วนะ เอาแล้วละสิ อาจารย์จ๋าพูดแบบนี้ เลิกเย็นแน่ๆ โอ้คิดถึงตลาดนัด อาจารย์บอกว่าใครอยากไปห้องน้ำให้ไปได้นะ แต่ทุกคนบอกว่า เรียนต่อเลยคะ ทำใจแล้ว สู้ๆ
การจัดประสบการณ์ทางภาษา เรามาทบทวนว่าเขาเขียนด้วยอะไร จากการลากไปมา เพราะฉะนั้นคอมพิวเตอร์จึงมีบทบาทที่สำคัญเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง บางคนอาจว่าเด็กยังไม่ควรใช้แต่ว่าเด็กอาจได้เขียนได้ลาก จึงเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่ง
- ดูจากภาพแล้วสื่อออกมาจึงต้องใช้ภาษา บอกวิธีการหลายรูปแบบ ทักษะช่วยให้เด็กใช้ภาษาที่พูดแล้วแสดงออก เป็นการส่งความรู้สึก เราจะเลือกเรื่องที่สื่อความรู้สึก เราต้องเลือกเรื่องที่เกี่ยวกับเด็ก เราจึงจะสื่อกับเด็กได้สนุกสนาน การรับข้อมูลเพื่อรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น
- เด็กฟังแล้วพูดโดยอาศัยการสอนเป็นทางการจริงหรือเปล่า
จริง ได้จากการฟัง อะไรที่เด็กบ่งบอกว่าเรียนได้ ไม่ได้พัฒนาการ ดูที่ไหน
ศิลปะ => เวลาเด็กวาดรูป การลงเส้นอะไรอย่างนี้ จึงต่างจากการเขียน เพราะการเขียนยังเป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก การฟังเป็นเรื่องที่ง่ายจากการพูดคุย สภาพแวดล้อมจากการฟังทั่วไป จากการฟังจากการพูด อาจไม่ต้องสอนแบบเป็นทางการแต่ก็ปล่อยไม่ได้ เด็กเรียนรู้การพูด มาจากการฟังการเล่านิทาน
ทำไมเด็กรู้ภาษาของพ่อแม่ เมื่อเด็ก 4- 5 ปี เกี่ยวกับพัฒนาการ ซึ่งมีส่วนร่วมในทุกส่วนของร่างกายคือสมอง สมองนั้น เรานึกถึงออสมอสิค เมื่อมีการซึมซับแล้วก็มีการกระจาย และในบางครั้งเมื่อเราได้รับความรู้ใหม่ๆ มันก็จะทับลงไปนั่นก็เหมือนกับศิลปะนั่นเอง
การเข้าใจเกี่ยวกับภาษาทั้งในด้านภาษาศาสตร์ ด้านการนำไปใช้ ตลอดจนแนวปฏิบัติในการจัดประสบการณ์ทางภาษาให้แก่เด็ก
ภาษาเป็นสัญลักษณ์หรือรหัส(code) ภาษาเป็นสัญลักษณ์ของมโนมิติ เกี่ยวกับโลกหรือประมวลประสบการณ์
ภาษาเป็นระบบโดยมีระบบกฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะคงที่ และยังสามารถสรุปได้ว่า ภาษาคือสัญลักษณ์ที่มนุษย์ในสังคมหนึ่งสร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำความเข้าใจ
อาจารย์จ๋าได้พูดทิ้งท้ายคาบว่า ก่อนจะไปหนังสือ บิ๊กบุค ต้องเสร็จ เพราะจะให้คุณไปเล่าให้กับเด็ก เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะฝึกประสบการณ์ และมันสามารถใช้กับเด็กได้หรือเปล่า

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 7

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม 2553

วันนี้ดิฉันไม่ได้เข้าเรียน เนื่องจากว่ากลับบ้านช่วงปีใหม่คะ

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 6

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2553

วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน เพราะเป็นวันสอบกลางภาค

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 5

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2553

วันนี้ก็มาเรียนตามปกติ วันนี้ทำไมอาจารย์มาช้าจัง แต่แล้วอาจารย์เหมียวก็เข้ามา บอกว่าวันนี้อาจารย์จ๋าติดธุระด่วนจึงได้ให้อาจารย์เสาวลักษณ์มาสอนแทน แต่ก็ไม่แน่อาจารย์จ๋าอาจจะกลับมาทัน อาจารย์เหมียวก็ได้สั่งงานที่ได้มอบหมายมา ว่าอาจารย์จ๋าให้ทำหนังสือ Big Book เล่มใหญ่ อาจารย์เหมียวแจกกระดาษให้แล้วได้อธิบายว่า ให้แต่ละกลุ่มทำหนังสือปริศนาคำทาย และถ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้มาถามอาจารย์ได้
วันนี้ก็เลยสบายๆ ทำงานกลุ่มได้แค่ร่างแบบไว้แล้วก็ไปตกแต่งทีหลัง

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 4

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2553

วันนี้เข้าเรียนมาก็เซงๆซะงั้น แต่พอเห็นเพื่อนพูดกันเฮฮาก็ให้เฉยๆ และแล้วอาจารย์ก็เข้ามา อาจารย์ก็จะสอนแต่คาบที่แล้วยังมีเพื่อนอีกกลุ่มที่ยังไม่ได้นำเสนอ เพราะไวรัส ทำให้ไม่ได้เสนอ
กลุ่มนี้ได้เล่าถึงประสบการณ์จริง เล่าว่าน้องเติ้ลไปเที่ยวสวนสัตว์
และอาจารย์จ๋าก็ได้พูดเสริมว่า ในรายละเอียดเราจะต้องไปเก็บข้อมูล ในทุกๆครั้งที่เราไปเอาอะไรของใครมา เราก็ต้องอ้างอิง ทำให้มันถูก ในการทำสื่อให้เราดูดีๆ เพราะในครั้งแรกนั้นเราไม่สามารถทำให้ระเอียดรอบคอบได้ เราก็ต้องทำได้เรื่อยๆ เดี๋ยวเราก็ทำได้ ไม่มีคำว่าผิดหรอก ในการวัดเด็กเราจะต้องมีการสังเกต พิจารณาผลงานของเด็กหรือประเมินจากพัฒนาการ ดังนั้นเราจะทำอะไร เราควรจะเก็บข้อมูลให้ระเอียดและถ้าเราไปเจอเด็กหลายๆคน เราจะทำอย่างไร เราต้องทำให้เกิดความชำนาญเสียก่อน ประสบการณ์ก็เพื่อให้เกิดความชำนาญ
อาจารย์เลยให่ทำปริศนาคำทาย
ประสบการณ์ทางภาษา เราให้โอกาสเด็กมีโอกาสประสบการณ์ ให้เด็กเห็นคำแล้วเชื่อมโยง ให้เด็กได้เรียนรู้ คำ
กลุ่มแรกทำออกมา กลุ่มนี้เขียนตัวขาดหาย ควรต้องแก้ ก็อย่างนี้ไง ถ้าเราทำพาวเวอร์พอยท์เราจะวาดยากกว่า แต่พอเราทำเป็นลูกเล่นเราจะวาดได้ชัดยิ่งขึ้น และเราก็ต้องค่อยๆ เพิ่มตามคำ
กลุ่มที่ สอง มีข้อผิดพลาดอยู่จากการเว้นวรรค รูป เพราะมันเป็นสิ่งไม่มีชีวิต และเพิ่มขา แล้วคำถามบางส่วนหายไป และเมื่อเพื่อนตอบถูกต้องมีการสรุปย้อนด้วย
กลุ่มที่ สาม ข้อผิดพลาด ก็คือการใช้คำว่าตอบ ไม่ใช่บอก นอกจากตัดคำแล้วยังต้องแยกคำอีก กรเชื่อมโยงภาพไม่ตรงกนอย่างกับถามอีกทาง แต่ตอบอีกทาง จากรูปทรงกลมๆมีหลายสีหลายขนาดแต่ทำไมถึงมีแค่ขนาดเดียว เราต้องมีการวิเคราะห์ของรูปแบบ เป็นสิ่งไม่มีชีวิต มีหลายสี หลายขนาด
มีอีกอย่างที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ให้รีบบันทึกซะ ถ้าทิ้งไว้นานเดี๋ยวลืมจะยากต่อการที่เราจะมานึกขึ้นมาได้ ถ้ายังไงก็อย่าทิ้งไวนาน

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 3

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2553

วันนี้เข้ามาเลย ฮามากเลย ไม่ได้เตรียมความพร้อมอะไรมาก เข้ามาในห้องเรียนโอ้เสียงดังมาก ดิฉันก็พูดได้เลยว่าวันนี้งานไม่เรียบร้อยแล้วยังต้องเอามาเสนออาจารย์อีก ไม่เป็นไร ใจสู้เสียอย่าง พออาจารย์เข้ามา ทุกคนก็เริ่มเงียบ ตื่นเต้นๆ อาจารย์ก็พูดถึงเรื่องงาน วันนี้อาจารย์บอกให้เอา URL ใส่ในบล็อกด้วย เพราะถ้าเราค้างไว้นานก็จะเป็นดินพอกหางหมู ในการนำเสนอนั้นเราต้องบอกประวิติน้องให้ระเอียด อายุของน้องจะบอกถึงการใช้ภาษา
วันนี้คือการพูด จริงๆแล้วถ้าเราจัดประสบการณ์ให้เด็กพูดบ่อยๆเมื่อเด็กมีประสบการณ์เด็กก็จะริเริ่มไม่ต่างจากศิลปะ เพราะฉะนั้นเด็กใช้ภาษามาตั้งแต่เกิด แต่การพูดมันจะมีโอกาสให้เด็กได้สื่อสาร จึงต้องมีการจัดกิจกรรม ณ วันนี้เด็ก 6 คน คือตัวอย่างวันนี้เราอยากให้งานดูดี จึงมีการเขียนสคิป ภาษานอกจากสื่อสารแล้วยังช่วยในการเกิดการคิด แล้วภาษายังทำให้เกิดการใฝ่รู้ เด็ก 6 คนจึงเป็นตัวอย่าง แต่คุณภาพงานที่เราไปจัดให้ผลที่ได้จึงไม่เท่ากัน
ยกตัวอย่าง ข่าว ว่าข่าวที่เราไปจอมานั้นไม่ต้องเอามาจากหนังสือพิมพ์ก็ได้ มันดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ อาจจะเอามาจากสิ่งที่เด็กเห็นมา หรือที่เด็กได้ยินมานั้นก็เป็นข่าวได้แล้ว
ของรักของหวง เราจะบอกถึงอะไร อย่างพี่เพื่อนได้เอามายกนั้นคือ น้องเน่า เป็นการบอกว่านี่เป็นสิ่งของที่ขาดไม่ได้ เอาติดตัวไว้ตลอดเวลา และอย่างของกลุ่มดิฉัน กว่าจะได้มานั้นยากมาก เราไม่ได้เขียนสคิปให้น้องแต่เราให้น้องดูภาพแล้วให้น้องเล่าออกมาเองตามความคิดของน้อง เล่ากันหลายรอบมาก
อาจารย์จ๋าได้พูดไว้อีกว่า อย่างนึงคือน้องไม่กล้าที่จะพูดด้วย น้องก็เลยไม่เข้าใจที่เราต้องการที่จะสื่อ อย่างแรกเลย เราควรที่จะทำความเข้าใจกันก่อน มีการพูดเล่นพูดคุยกับน้องเค้าเสียก่อน สังเกตจากการสอนน้อง เปิดโอกาสให้น้องแสดงความคิดเห็นและดูซิว่าน้องกล้าที่จะแสดงออกหรือเปล่า คือสรปุได้ว่า การที่เราไปจะพูดคุยกับเด็ก เราก็ต้องมีแบรกกราวที่จะพูดกันเสียก่อน เพราะฉะนั้นให้ทุกคนไปสะท้อนงานชิ้นนี้มา ว่าทำแล้วได้ประโยชน์ยังไง แล้วจะนำมาใช้ในวิชาชีพของเรายังไง นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และอาจารย์ยังพูดอีกว่า เป็นการพูดเพื่อสะท้อนความคิดเพื่อในการเรียนรู้ต่อไป
อาจารย์ได้ให้แต่ละคนนึกถึงสิ่งของ อะไรก็ได้ แล้วเขียนลงไปในกระดาษโดยไม่ใช้เพื่อนรู้
ปลา โน๊ตบุค
เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ไม่มีชีวิต
ลักษณะเด่น มีหน้าจอ
ลักษณะเด่นอันที่ สอง อาจจะเป็นรูปทรง ลักษณะ หรือพฤติกรรม ที่ฟังดูกระทัดรัด
เป็นวิธีที่สามารถนำมาสอนเด็กได้ อาจารย์ได้ให้ดูตัวอย่างของรุ่นพี่
ฉันตั้งชื่อมันว่า นีนี่ นีนี่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต นีนี่ คืออะไร
เพื่อน ตอบว่า ตุ๊กตา นีนี่ คือ ตุ๊กตา
ฉันตอบว่า ไม่ใช่ นีนี่ ไม่ใช่ตุ๊กตา
เพื่อให้เด็กได้จดจำคำ โดยที่ไม่ต้องสะกดเป็นการใช้แทนความหมาย เป็นการใช้คำซ้ำถ้าเอามาพูดกับเด็ก เด็กก็จะได้คำซ้ำๆพอ ในขณะที่พังก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย
ในวันนี้ก็ได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำสื่อไปสอนเด็ก อาจจะดูไม่ค่อยเข้าใจซักเท่าไหร่ แต่ถ้าค่อยๆได้ทำไปก็คงจะเข้าใจมากกว่านี้

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 2

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2553

วันนี้เป็นวันที่ดิฉันไม่อยากเข้าเรียนเลย แต่ก็ต้องมาเรียนเพราะต้องนำเสนองานกลุ่ม มาก็ช้า เพราะคาบเรียนมันติดกัน เลยทำให้ต้องรีบมาเรียน เข้ามาในห้องเรียนเห็นเพื่อนๆ นั่งเรียนกันแล้ว นั่งเงียบกันทั้งนั้น อาจารย์เข้ามา อาจารย์ก็ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอในเรื่องที่ได้ มีการเสนอข้อดี ข้อแนะนำ และอาจารย์เสนอแนะ อาจารย์เข้ามาทีไร จะปล่อยมุขฮาๆให้ขำตลอด
กลุ่มที่ 1
ภาษา กิริยาที่แสดงออกมาแล้วสามารถทำความเข้าใจ
ข้อดี
เพื่อนในห้องได้พูดประเมินว่า ในกลุ่มนี้ที่รายงานมา เพื่อนได้มีการนำเอานิทานมาทำเป็นสื่อ มีการอธิบายเนื้อเรื่องได้เข้าใจ และเพื่อนมีความคิดที่แตกต่างออกไป ในกลุ่มมีความสามัคคี มีการแบ่งหน้าที่กันทำ
อาจารย์จ๋า ได้พูดว่าการทำงานของกลุ่มนี้มีการนำเอาอิเล็กทรอนิกส์มาดัดแปลง มาใช้ในการทำสื่อ
ข้อแนะนำ ว่าเพื่อนน่าจะทำตัวหนังสือที่มันดูใหญ่กว่านี้นิดนึง และพื้นสีผิดน่าจะทำสีให้มันดูเด่นชัดเท่ากัน และมีการใช้อักษร ร,ล ให้ดีกว่านี้
กลุ่มที่ 2
ภาษาที่ใช้ในการสือ่สารของมนุษย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ วัจนภาษา กับ อวัจนภาษา
วัจนภาษาหมายถึง การสื่อสารในระบบคำและประโยค โดยผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน โดยมีคำเป็นตัวสื่อความหมาย
อวัจนภาษา หมายถึง การสื่อสารโดยไม่ใช้การฟัง การพูด การอ่านตามตัวหนังสือ และการเขียนเป็นตัวหนังสือ หรือหมายถึงการสื่อสารโดยไม่ใช้ระบบคำและประโยค
ข้อดี
เพื่อนในห้อง ได้พูดถึงกลุ่มนี้ว่า มีการนำเสนอที่ดูแปลกตาดี ทันสมัย มีการนำเอาวีดีโอ มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี และนำเสนอสือออกมาได้สวยงาม ใส่เนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย และในกลุ่มนี้ได้มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี
ปรับปรุง สิ่งที่ควรปรับปรุงก็คือ การเล่นวีดีโอควรที่จะช้านิดนึง เพราะเล่นไปไวมากจนเพื่อนอ่านไม่ทัน แล้วการนำเสนอ ก็ควรที่จะเลือกเอาไปเลยว่าจะ นำเสนอเป็นวีดีโอ หรือจะบรรยาย ให้เอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
กลุ่มที่ 3
ในกลุ่มนี้มีข้อผิดพลาด เนื่องจากหาเนื้อหามาไม่ได้สอดคล้องกับหัวข้อที่ได้รับซักเท่าไหร่
อาจารย์จ๋าได้พูดถึงกลุ่มนี้ว่า ถ้าเราไปเอาเนื้อหามาจากที่ไหนก็แล้วแต่ เราก็ควรที่จะมีการอ้างอิงแหล่งที่มา ว่ามาจากไหน และการใช้ลูกเล่น ก็ควรที่จะเน้นไปในทิศทางเดียวกัน และอาจารย์ได้อธิบายถึงความสำคัญของภาษา ไว้ว่า ภาษาให้ประโยชน์แก่เรา และมีประโยชน์อย่างไรนั้นจากที่นำเสนอนั้นเหมือนกับความหมายหน้าที่ของภาษามากกว่า ฉะนั้นภาษาช่วยให้คนที่ใช้ภาษาทำให้คนเป็นอันหนึ่งอันเดียว เนื้อหามันเฉไปนิด แถมเอาเนื้อหามาเหมือนคล้ายๆของเพื่อน ครูต้องการให้เราจับประเด็นให้ได้ ถ้าเราจับประเด็นได้ เราก็จะเข้าใจในเนื้อหาได้
กลุ่มที่ 4
ได้อธิบายถึง ลักษณะของภาษา
ข้อดี
เนื้อหามีรายละเอียดมาก มีการนำเสนอในรูปแบบที่ดูเรียบๆ สบายตา เป็นระเบียบและยังมีการอ้างอิงแหล่งที่มา
ข้อแนะนำ
รูปแบบที่นำมาเสนอมานั้นยังไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่มีสิ่งที่ดูแปลกใหม่
อาจารย์จ๋าได้พูดถึงกลุ่มนี้ว่า การทำงานของในแต่ละกลุ่มนี้มีการแบ่งการทำงานกันอยู่แล้ว จะต้องมีการเอามารวมกัน เราคงไม่หวังว่ามีการทำ พาวเวอร์พอยท์ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการลิ้งงานมาอ่านเหมือนของกลุ่มอื่น แต่เราต้องมีโทนเสียงแล้วสรุป ไม่ควรที่จะอ่านอยู่แต่หน้าจอ แทนที่จะยืนออกันอยู่ เราควรจะจัดให้รู้ถึงหน้าที่ของแต่ละบุคคล ณ ตอนนี้ก็เอาแค่ประเดนที่สำคัญไปก่อน ควรจะมีการทำความเข้าใจกันมาก่อน แล้วค่อยนำมาพูดให้เพื่อนฟัง และแล้ววันนี้ก็เข้ามาเรียนทันซะงั้น ดูเหมือนว่าวันนี้จะอารมณ์ดี อากาศก็ดี พอเข้ามาในห้องเรียน เห็นเพื่อนๆ เฮฮากัน อาจารย์เข้ามาก็ได้ให้แต่ละกลุ่มออกมาพูด และวันนี้สรุปได้ว่า ความหมายสำคัญ ความมีตัวตนของภาษา ถ้าเราพูดถึงภาษาของเด็ก เราจะทำอย่างไรให้เรามีประสบการณ์ของภาษา เราจะไปจัดประสบการณ์อย่างไร ก่อนที่จะไปทำอะไรเราก็ควรที่จะรู้ความหมายของมันก่อน และยังให้แบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ได้รับการโฆษณา
กลุ่มที่ 2 ได้ประชาสัมพันธ์
กลุ่มที่ 3 ได้ประกาศ
กลุ่มที่ 4 ได้ของรักของหวง
กลุ่มที่ 5 ได้เล่าประสบการณ์
กลุ่มที่ 6 ได้เล่าเรื่องจากภาพ
ให้คิดกันสดๆในห้องเลย โดยให้รวมความคิดกัน และกลุ่มไหนจะออกมาก่อนก็ได้
กลุ่มที่จะออกมานั้นเป็นกลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้ได้ประกาศ เพื่อนได้ออกมาประกาศเรื่องอากาศ ในส่วนอาวไทย จะมีเคลื่อนสูง เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง
ประกาศเพื่อ เตือน มีการให้ภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสาร มีทั้งความหมายว่าเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในการประกาศมีองค์ประกอบของภาษา เพราะฉะนั้นเด็กได้มีการออกมาประกาศ หาควรจัดมีการจัดกิจกรรม การประกาศคือการตืนหรือข่าว
กลุ่มที่ 1 ได้ออกมาพูดในเรื่องการโฆษณา ยาหม่อง
อาจารย์ได้ให้ความเห็นว่า อาจารย์อยากเห็นการโฆษณาที่มันดูมีชีวิตชีวามากกว่านี้ อย่างที่เราเคยเห็นจากโทรทัศน์นั้นของเค้ายังมีการเชิญชวน ทำให้เราอย่ากที่จะลองใช้ การโฆษณานั้นจะต่างจากการประกาศ ต่างกันตรงที่การโฆษณาเป็นการเชิญชวนให้คนมาสนใจ
กลุ่มที่ 4 ได้ออกมาพูดถึงของรักของหวง
เรื่องบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยผู้ประสบภัย
อาจารย์ได้ให้ความเห็นว่า จากการประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นการบอกข่าวต้องมีรายระเอียดมากกว่าข่าว
กลุ่มที่ 6 ได้ออกมาพูดในเรื่องการเล่าเรื่องจากภาพ
เป็นการนำภาษามาให้กับภาพ เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ และการเล่าในแต่ละครั้งเด็กก็จะได้รู้ไม่เหมือนกัน การรับรู้ของแต่ละคนแตกต่างกัน ได้มากได้น้อยอยู่ที่ตัวเด็ก
การบ้าน ในสัปดาห์หน้ามีงานมอบหมายให้ไปหาเด็ก อายุ 4 ขวบขึ้นไปแล้วให้เด็กสมมุติในสถานการต่างๆที่ได้กำหนดไว้